แม่น้ำโขงแห้ง สัตว์น้ำแห้งตายเกลื่อน ภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุด



จากเหตุการณ์ภัยแล้ง ล่าสุดทางด้าน อ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา (สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้โพสต์ข้อความลงใน เฟซบุ๊กชื่อ Chainarong Setthachua ตีแผ่ภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาครั้งร้ายแรงในประวัติศาสตร์อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่ต้องเผชิญกับเขื่อนไซยะบุรีหลังสร้างเสร็จและเตรียมทดสอบผลิตไฟฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย



โดย อ.ไชยณรงค์ ระบุว่า เนื่องจากน้ำโขงเริ่มลดลง หลายที่แห้งผาก และร้อนระอุราวกับทะเลทราย สัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น กุ้ง และลูกปลาไม่มีโอกาสที่จะสืบทอดเผ่าพันธุ์ ตามซอกหินที่เคยมีน้ำและหลบซ่อนตัว กลายเป็นสุสานของสัตว์เหล่านั้น เมื่อบวกกับความร้อนระอุที่สะสมในแก่งหิน ทำให้สัตว์เหล่านั้นสุกจนดูเหมือนถูกปิ้งย่างบนเตา ปลาขนาดใหญ่ก็ไม่รอดผู้คนที่แห่กันมาจับได้โดยง่ายเพราะน้ำโขงลดระดับมาก แม้กระทั่งต้นไคร่ก็เหลือแต่ซากต้น และกิ่งก้านเหยียดขึ้นฟ้าให้แดดแผดเผา

ทั้งนี้แม่น้ำโขงที่บ้านม่วง ปกติแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา ลำน้ำโขงจะมีน้ำเต็ม กกไคร่จะเขียวขจีและค่อย ๆ จมอยู่ใต้น้ำให้เป็นที่วางไข่ของปลา และมีผลและใบให้ปลากินเป็นอาหาร เช่นเดียวกับแก่งหินที่เป็นที่หลบซ่อนของสัตว์น้ำเช่น กุ้ง แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้นั่นเท่ากับว่าเราสูญเสียทั้งระบบนิเวศน์ ตัวอ่อนของสัตว์น้ำ และพ่อแม่พันธุ์ ในเวลาเดียวกัน



สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันคือการฆาตกรรมสรรพชีวิต แต่นี่เป็นเพียงปฐมบทของเขื่อนขนาดใหญ่ที่กั้นลำแม่น้ำโขงสายหลักแห่งแรก และยังไม่จบเท่านี้ เพราะเดือนตุลาคมที่จะถึง เขื่อนแห่งนี้จะผลิตกระแสไฟเต็มกำลัง อยากให้รู้กันด้วยว่า เขื่อนไซยะบุรี แม้จะเป็นโครงการเขื่อนในประเทศลาวแต่สร้างโดยทุนไทย ได้เงินกู้จากสถาบันการเงินของไทย 6 แห่ง และไฟฟ้าร้อยละ 95 ที่ผลิตได้จากเขื่อนไซยะบุรี จะส่งมาขายประเทศไทย

ภาพที่เกิดเหตุ



ภาพที่เกิดเหตุ



ภาพที่เกิดเหตุ



ภาพที่เกิดเหตุ