ลูกสาวพาแม่ชราวัย 89 ปี แจ้งความ โดนชายชราวัย 71ปี บุกขืนใจคาบ้าน



ขอสักครั้ง ชายชรา วัย 71 ปี หื่นกาม บุกตุ้ยท้องขืนใจหญิงชราวัย 89 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านคนสนิท คาลานหน้าบ้านพัก ก่อนลูกสาวผู้ก่อเหตุมาเห็นเหตุการณ์ รีบนำส่ง รพ.แพทย์ระบุอวัยวะเพศฉีกขาด ส่วนชราหื่นยังหน้าตาระรื่น ซัดลูกสาวโกหกให้ร้าย เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.อ.วิสวัส ไพบูลย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้รับแจ้งความร้องทุกข์ ว่าเกิดเหตุ มีชายทราบชื่อคือ นายหยด (นามสมมุติ) อายุ 71 ปี ก่อเหตุบุกข่มขืนนางมิ (นามสมมุติ) อายุ 89 ปี หญิงชราซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ติดกัน โดยเหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักของผู้เสียหาย ในพื้นที่ หมู่ 5 บ้านหัวควน ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน โดยมีลูกสาวของผู้เสียหาย พร้อมด้วยญาติๆ ได้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นเวลา 17.00 น. วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนน.ส.เอ (นามสมมติ) พยาน ทราบว่า บ้านที่เกิดเหตุอยู่ติดกันหลายหลัง ก่อนเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ที่บ้านมีเพียงนางมิอยู่บ้านเพียงคนเดียว โดยลูกสาวได้ฝากกับตนเอาไว้ ต่อมาพยานเห็นนายหยดกำลังมีเพศสัมพันธ์อยู่กับผู้เสียหาย ที่ใส่เสื้อแม่ไก่และนุ่งผ้าถุงบนพื้นปูนหน้าบ้านของผู้เสียหาย ก่อนนายหยดรีบลุกขึ้นเดินออกมาหน้าบ้าน เปิดก๊อกพร้อมนำอวัยวะเพศของตัวเองล้างน้ำ แล้วเดินหนีกลับบ้าน ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปดู พบนางมิว่าอยู่ในอาการตื่นตกใจและร้องไห้ บริเวณผ้าถุงและอวัยวะเพศมีคราบน้ำสีขุ่น คล้ายอสุจิเปื้อนอยู่ทั่วบริเวณ จึงรีบพยุงนำไปล้างน้ำออก ก่อนที่ทาง ลูกสาวของนางมิกลับมาบ้าน

นางมิ ที่อยู่ในอาการสะอื้นเล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้มานั่งพูดคุยก่อนบอกว่าขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยสักครั้ง แต่นางมิขัดขืนจนถูกนายหยดใช้หมัดตุ้ยหน้าท้องไปจำนวนหลายครั้ง นางมิเป็นคนอายุมากจะเอาแรงที่ไหนไปต่อสู้ขัดขืน ซึ่งโดยปกติครอบครัวของผู้ก่อเหตุกับผู้เสียหายสนิทและรักใคร่กันเหมือนญาติพี่น้อง และอยู่ใกล้กันมาตั้งแต่เกิด จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น น.ส.เอ กล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผลตรวจร่างกายจากแพทย์ รพ.ย่านตาขาว ในเบื้องต้น ระบุว่า พบร่องรอยช่องคลอดมีการฉีกขาด และพบน้ำสีขาวในช่องคลอดหลังจากนี้จะทำการตรวจว่ามีการติดเชื้ออื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะที่ด้านพนักงานสอบสวนหลังจากมีการสอบปากคำจำนวน 2 ปากแล้วได้นำตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายซ้ำอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งจะเรียกตัวผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียวมาสอบปากคำ ซึ่งขณะนี้ยังคงปฎิเสธเสียงแข็งและหาพยานหลักฐานเชื่อมโยง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป