ตั้ม แปดริ้ว ทายาทเศรษฐี รับเมียมาชุบเลี้ยง 20 ปี สุดท้ายไร้ค่า



วันที่ 9 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พจนานุภาพ อายุ 38 ปี หรือ "ตั้ม แปดริ้ว" เซียนพระชื่อดัง นายกสมาคมจิตรางค์คนางค์อนุรักษ์พระเครื่องไทย ทายาทเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันชื่อดังย่านพนมสารคาม และธุรกิจขนส่งสินค้ารายใหญ่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้ออกมาร้องทุกข์ หลังพบเจอประสบการณ์สุดเจ็บปวดใจ ภรรยาที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกัน 20 ปี หักหลัง ยกเค้าหอบทรัพย์สินหนีหาย รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 16 ล้านบาท



ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

นายกิตติ หรือ เซียนตั้มแปดริ้ว เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยในช่วงก่อนเกิดเหตุ ตนได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน น.ส.ฐิติรัชช ศรีมหาพรหม อายุ 42 ปี ภรรยา ได้โทร. มาหา ถามว่า "อยากกินอะไร เดี๋ยวจะออกไปตลาด ไปซื้อของมาทำให้กิน" ตนเองก็บอกไปตามปกติ ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าภรรยา พร้อมด้วย นางอารี เกาะดี อายุ 66 ปี แม่ยาย และลูก ได้หายตัวไปเสียเฉย ๆ ตนก็แปลกใจมาก รีบโทร. หา แต่ไม่สามารถติดต่อได้เลย จากนั้นตนได้ขึ้นไปดูที่ห้องนอน ก็พบว่าเสื้อผ้าหายไปเกลี้ยงตู้ และมีทรัพย์สินหาย

นายกิตติ เปิดใจเล่าว่า พบกับ น.ส.ฐิติรัชช ครั้งแรกเมื่อประมาณกว่า 20 ปี ก่อน ขณะที่ น.ส.ฐิติรัชช ทำงานเป็นพนักงานล้างรถที่ปั๊มน้ำมันของพ่อตน หลังจากนั้นก็ได้รักใคร่ชอบพอกัน คบหาอยู่กินด้วยกันเป็นสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 11 ขวบ ตอนแรกตนไม่คิดว่าภรรยาจะทิ้งไป นอนรอให้กลับมาทุกคืน เพราะผ่านอะไรด้วยกันมามาก ครอบครัวกีดกันความรักครั้งนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งมาสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกันจนมีวันนี้



ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ตนทำงานหาเงินมาได้ ก็จะให้ภรรยาเก็บไว้ตลอด ไม่เคยเก็บเอง เรียกได้ว่า 20 กว่าปีที่ผ่านมา ตนไม่เคยมีสมบัติเลยสักชิ้นเดียว รหัสตู้เซฟอะไรต่าง ๆ ตนก็ไม่เคยยุ่ง ให้ภรรยาถือกุญแจและดูแลทั้งหมด คิดไม่ถึงเลยแม่แต่น้อยว่าภรรยาจะทำกันขนาดนี้ และทุกวันนี้นอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมา ยังนึกว่าทั้งหมดเป็นความฝัน ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริงได้ ภรรยาเคยบอกเสมอว่าอยากทำให้ทุกอย่างให้ครอบครัวเราสมบูรณ์มีพ่อแม่ลูก เพราะครอบครัวของเขาไม่สมบูรณ์ แต่เขากลับมาทำกับตนแบบนี้ และตนยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนไม่เคยตบตีภรรยา ไม่เคยมีผู้หญิงอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ทรัพย์สินที่ถูกภรรยาและแม่ยายขโมยไปคือ พระเครื่องเนื้อพิเศษและเนื้อทองคำ รวมกว่า 300 องค์ หายไปจากตู้เซฟ รวมทั้ง เงินสด 3 แสนบาท และพบว่าภรรยาได้ถอนเงินสดออกจากบัญชีธนาคาร 4 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีเก็บเงินที่จะใช้สร้างบ้านและซื้อรถ รวมเป็นเงิน 11 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดมากกว่า 16 ล้านบาท

นายกิตติ กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าภรรยาน่าจะวางแผนเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างดี เนื่องจากไปสอบถามครูประจำชั้นของลูกแล้วได้ความว่า ก่อนหน้านี้ภรรยาได้แจ้งกับครูว่าลูกชายจะลาหยุดเรียนหลายวัน เนื่องจากจะไปทำธุระที่ต่างจังหวัด ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าภรรยาแอบไปมีชายอื่นหรือไม่ เพราะตอนที่อยู่ด้วยกัน ภรรยาก็ไม่เคยแสดงพิรุธอะไรให้เห็น ทั้งนี้ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.พนมสารคาม ไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกหมายเรียกมาสอบสวนปากคำดำเนินคดีในข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย ภรรยากลับไม่มาตามนัด อีกทั้งยังบอกว่าจะส่งทนายความมาฟ้องตนกลับอีก

ตนยังอยากให้ภรรยาติดต่อกลับมาคุยกัน และอยากให้รับโทรศัพท์ จะได้ตกลงกันว่าจะหาทางออกอย่างไร ถ้าอยากเลิกกัน แล้วจะเอาเงินเพิ่ม ตนก็ยินดีที่จะให้ ยอมรับว่ายังรักเขาอยู่ แต่คงไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้อีกแล้ว และตนก็อยากให้เอาลูกมาคืน ตนจะเป็นคนเลี้ยงดูเอง ลูกจะได้ไม่ต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ