รวบเฒ่าหื่น ขยี้กาม 2 หลานสาวเซ่นความใคร่ นานกว่า 3 เดือน ที่เมืองกาญจน์



วันนี้ 26 มิ.ย. 62 นางสาวหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาวบ้านตำบลคลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร นำตัว บุตรสาว คือ เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี พร้อม นางสาวสอง (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สองพี่น้องได้พาบุตรสาว คือ เด็กหญิงบี (นามสมมติ) อายุ 12 ปี เข้าพบ พ.ต.ท.ชาญณรงค์ ไทยสุวรรณ สารวัตร(สอบสวน) สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ว่าตั้งแต่ วันที่ 17 เม.ย.62 เรื่อยมาหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2562 นายสมชาย (นามสมมติ) (ชื่อจริง นายสาธิต หรือ ชม ทนดี อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 ม.25 ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร) บิดาของทั้งสองคน ได้ก่อเหตุข่มขืนบุตรสาวของทั้งสองคน โดยก่อเหตุที่ บริเวณ สระเก็บน้ำบ้านท่าข้ามสุด ม.8 ต.ศรีมงคง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.ชาญณรงค์ รีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราย ต่อจากนั้น พ.ต.อ.วันชัย อ่อนละออ ผกก.สภ.ไทรโยค สั่งการให้ พ.ต.ท.วิษณุ ภู่ทอง สวป.สภ.ไทรโยค พร้อม ร.ต.อ.สมจิต ติณภูมิ รอง สว.ป. ร.ต.อ สมชาย ธรรมเนียมดี รอง สวป. ร.ต.ท.ธิราวุท บริสุทธิ์ รอง สวป. และ ตร.สายตรวจร่วมลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวติดตามตัวนายสาธิตทันที

ต่อมา เวลา 15.00 น. พ.ต.ท.วิษณุได้ติดตามจนพบตัว นายสมชายกำลังเดินอยู่ที่ชายป่าละเมาะ ห่างจากบ้านพักประมาณ 14 กิโลเมตรและไม่ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อพบตัวผู้เสียหายที่เดินทางไปด้วยได้ชี้ตัวนายสาธิต เจ้าหน้าที่เข้าแสดงตัวเชิญตัวไปสอบสวนที่สภ.ไทรโยค ตรวจค้นตัว พบ โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว่ สีบรอนซ์ พร้อมซิมโทรศัพท์ และเมมเมอรี่ จำนวน 1 เครื่อง เพื่อนำไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคดี

สอบสวนเบื้องต้น นายสมชายรับสารภาพว่าก่อเหตุข่มขืนหลานสาวทั้งสองคนจริง และทราบว่า มีการแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่กำแพงเพชรเช่นกัน โดยหลักฐานยืนยันมีภาพ ถ่ายในมือถือเป็นพยานวัตถุและคำให้การของเหยื่อที่เคราะห์ร้ายทั้งสองคน โดยพนักสอบสวนได้ส่งตัวเหยื่อตาหื่นกามไปตรวจร่างกายเพื่อหารร่องรอยการข่มขืนที่รพ.ไทรโยค และรอการสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพสอบปากคำเด็กหญิงทั้งสองคนที่ตกเป็นเหยื่อตาข่มขืนในครั้งนี้ต่อไป

ต่อจากนั้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาว่านายสมชายกระทำผิดในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และ พาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิง โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด เป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน ในความพิทักษ์หรือในความอนุบาล และ ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น

เรียงเรียงโดย ปรีชา ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.กาญจนบุรี