ปาฏิหาริย์ หลวงพ่อพูล อดีตเกจิดังวัดไผ่ล้อม ร่างเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม คอหวยแห่ซื้อเลขมงคล



เมื่อช่วงเย็นของ วันที่ 11 พ.ค.62 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานสยามนิวส์รายงานว่า ณ ศาลาที่ประดิษฐานสังขารหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เผยว่า  วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม ได้จัดงาน ร่วมพิธีการเปลี่ยนผ้าครองถวายหลวงพ่อพูล อัตตะรักโข และพิธีลงกระหม่อม ขอความโชคดี บังเกิดมีโชคลาภ แก่ศิษยานุศิษย์ทุกท่าน ที่ร่วมพิธีเปลี่ยนผ้าครองลงกระหม่อมในวันนี้



อีกทั้งได้รับแจกฟรีจีวรหลวงพ่อพูล และได้สัมผัสกายสังขารผิวสีทองของหลวงพ่อพูลอย่างใกล้ชิด โดยทางวัดจัดให้มีพิธีถวายสักการะสรีระ พร้อมร่วมกันสวดพระพุทธมนต์ ร่วมกันประกอบพิธีสรงน้ำเช็ดตัว เปลี่ยนผ้าครองที่สังขาร สำหรับพิธีลงกระหม่อมนั้น ญาติโยมทุกท่านเข้าไปทีละคน แล้วก้มลงกราบน้อมศีรษะจรดแตะไปที่ปลายเท้า เพื่อความเป็นมงคลในชีวิต



โดยเป็นกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่องทุกปี พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กล่าวอีกว่า  สำหรับอัตตะโนประวัติ หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข พระสุปฏิปันโน วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม พระอริยะสงฆ์ เปี่ยมเมตตาบารมี จริยาวัตรเคร่งครัดพระธรรมวินัย สมถะ สงบ เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน ท่านทุ่มเท แรงกายแรงใจ ประพฤติปฏิบัติ เพาะบ่มอบรมตนด้วยศีล สมาธิ ปัญญา อย่างหาที่ติมิได้ สงเคราะห์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ให้ได้พึ่งใบบุญ ในทุกชนชั้นวรรณะ ด้วยความเท่าเทียม เสมอต้นเสมอปลาย จวบจนได้รับขนานนาม พระจริงนิ่งใบ้ ฉายานี้มีนัยยะในความปล่อยวางอย่างถ่องแท้

สำหรับ หลวงพ่อพูล ถือกำเนิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2455 ปีชวด เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 10 คน บิดา นายจู  มารดา นางสำเนียง นามสกุล ปิ่นทอง เกิด ณ บ้านเลขที่ 75 หมู่ 3 ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม วัยเยาว์เข้าศึกษา ที่โรงเรียนวัดห้วยจระเข้ สำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  เมื่อปี พ.ศ. 2471  เริ่มจุดประกายเรียนรู้ เขียนอ่านอักขระภาษาขอม และวิชาแพทย์แผนโบราณ ฝากตัวเป็นศิษย์ ปู่แย้ม ปิ่นทอง ผู้เป็นปู่แท้ๆ เพื่อเรียนวิชาดังกล่าว ด้วยความตั้งใจ จนชำนาญการเป็นอย่างดี



ที่สำคัญปู่แย้ม เป็นศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคม มาจาก หลวงปู่จ้อย วัดบางช้างเหนือ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง และหลวงปู่กลั่น วัดพระประโทนเจดีย์ อีกด้วยอีกทั้งปู่แย้ม ยังมีเพื่อนรักอีกคนหนึ่ง



ซึ่งอยู่ที่ตำบลดอนยายหอม เป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน คือ นายพรม ด้วงพลู หรือที่รู้จักกันดีในนาม พ่อพรม จอมขมังเวทย์ แห่งดอนยายหอม ผู้เป็นบิดาของ หลวงพ่อเงิน เทพเจ้าแห่งดอนยายหอม พระเกจิอาจารย์ผู้เรืองนามแห่งเมืองนครปฐม

ในปี พ.ศ. 2477 หลวงพ่อพูล อายุครบเกณฑ์ทหาร จึงสมัครเข้ารับราชการในสังกัดทหารม้ารักษาพระองค์ ประจำการ ณ กองบัญชาการเดิม สะพานมัฆวานรังสรรค์ กรุงเทพมหานคร และได้ปลดประจำการ หลังครบกำหนด 1 ปี 6 เดือน ได้รับยศสิบตรี ทันทีที่จบจากการรับใช้ชาติ เข้าบรรพชาอุปสมบท



เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 ณ พัทธสีมา วัดพระงาม ระหว่างนั้นได้ฝึกเจริญจิตภาวนา ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อพร้อม วัดพระงาม อีกทั้งยังฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม กระทั่ง หลวงพ่อพูล ดำเนินวิถีธรรม ตามสังขาร ปลายทางร่วงโรย  เจ็บป่วยตามธรรมชาติ ปราศจากกิเลสตัณหาราคะทั้งปวง บริสุทธิ์ประดุจพระสุปฏิปันโณ กำหนดจิตเจริญสมาธิ ภาวนาลาจาก ด้วยอาการสงบ เวลา 14 นาฬิกา 55 นาที วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.  2548 วันดังกล่าว เกิดปรากฏการณ์ 3 มงคล ตรงกับวันวิสาขบูชา พิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ และหลวงพ่อพูล ละสังขารในวันเดียวกัน  หลวงพ่อพูล ทิ้งไว้เพียงเสียงธรรมคำสอน และคุณงามความดี ตลอดอายุขัย 93 ปี



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากที่ศิษย์และพุทธศาสนิกชนที่ได้เข้าร่วมในพิธีได้เห็นพร้อมกันคือ สังขารของหลวงพ่อพูล ตั้งแต่ช่วงไหล่ขวาไลไปจนถึงหน้าท้อง นั้นเริ่มมีการเปลี่ยนสีเป็นสีทองอร่ามมากขึ้น และชัดเจนมากกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงยังมีเส้นผมและเล็บที่ยังงอกออกมาคล้ายกับตอนที่ยังมีชีวิต



ทำให้ศิษยานุศิษย์ที่ได้เห็นต่างขนลุกและอัศจรรย์ใจกับสิ่งที่ได้เห็น หลายคนเมื่อได้เข้าใกล้แล้ว เอาศรีษะเข้าแนบกับปลายเท้าของสังขารหลวงพ่อพูล จึงได้ขอพรด้วยวิธีการรอดใต้โต๊ะที่ตั้งสังขาร โดยภาวนาขอให้มีเงินทองเพิ่มพูน ดั่งเช่นชื่อของเกจิดังผู้ล่วงลับ และหลายคนต่างหาเลขมงคลไปเพื่อเสี่ยงโชค เช่น 14 คือเลขการละสังขารไปแล้ว 14 ปี 107 คือตัวเลขหาหลวงพ่อพูลยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงเลขต่างๆ ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะมีการออกสลากเลขรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยเช่นกัน