พระเจ้าลูกเธอฯ​ ทั้ง​ 3 พระองค์ ทรงห่วงใยกันดูแลกัน ในราชพิธีสถาปนาเลื่อนพระยศพระบรมวงศานุวงศ์



สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ หรือ พระองค์ภา (7 ธันวาคม พ.ศ. 2521) เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ



และเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) สภากาชาดไทย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) สภากาชาดไทย เริ่มต้นจากการดำเนิน โครงการอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมีขึ้นในขณะที่มีอุทกภัยครั้งร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร

ในปี พ.ศ. 2538 และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จนภาคราชการและองค์กรการกุศลที่มีอยู่มิอาจให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง จนเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนอันเกิดจากความเครียด

อันเนื่องมาจากการป้องกันน้ำให้ท่วมในวงจำกัด ผู้ที่เดือนร้อนจึงรู้สึกว่าขาดที่พึ่ง ขาดความเห็นอกเห็นใจ ต้องได้รับความเดือดร้อนเฉพาะชาวพื้นที่ของตนเอง ขณะที่พื้นที่ติดกันได้รับความสะดวกสบายอย่างเป็นปกติ

ในช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม เป็นวันที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์ภาฯ ทรงออกปฏิบัติภารกิจในโครงการ ฯ เป็นครั้งแรก โดยเสด็จออกรับน้ำใจจากผู้ไม่ประสบอุทกภัยที่สถานีบริการน้ำมัน

ต่อจากนั้นในช่วงบ่าย ได้เสด็จพระดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด

การออกปฏิบัติพระกรณียกิจในครั้งนี้ส่งผลให้เหตุการณ์สงบลง จากนั้นมาโครงการ ฯ ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิที่ผู้บริจาคสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 และได้พัฒนาการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา

นอกจากนี้ ในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554 พระองค์เจ้าโสมสวลี และพระองค์ภา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ รศ.ดร.นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร เป็นผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพ 3,000 ถุง ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว



พันเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ราชกัญญา (8 มกราคม พ.ศ. 2530) เป็นนักกีฬาขี่ม้า, นักออกแบบเสื้อ, อาจารย์หัวหน้าแผนกโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า



และอดีตนักกีฬาแบตมินตันทีมชาติชาวไทย เป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่สุจาริณี วิวัชรวงศ์ (ยุวธิดา ผลประเสริฐ) อดีตนักแสดง



ชีวิตส่วนพระองค์ พระองค์เรียกแทนพระองค์เองว่า ท่านหญิง ด้วยมีพระยศเดิมเป็นหม่อมเจ้ามาก่อน พระองค์มีพระสหายน้อยคน ทรงประทานสัมภาษณ์ว่า ท่านหญิงมีเพื่อนน้อย แต่ทุกคนดีมีคุณภาพ ระหว่างที่ทรงศึกษา ณ โรงเรียนจิตรลดา พระสหายจะเรียกพระองค์ว่า ตึก เพราะทรงสวมรองเท้าส้นตึกซึ่งเป็นที่นิยมมากในขณะนั้น

พระองค์หญิง กล่าวว่าพระองค์เป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็ว และทรงกล่าวว่าครั้งหนึ่งเคยมีสุภาพบุรุษเคยมาจีบพระองค์ถึงสามคนโดยที่ไม่ทราบว่าพระองค์เป็นใครทั้งนี้ทรงมี สเป็ก



ส่วนพระองค์ ทรงกล่าวว่า เรามี Type ของผู้ชายที่เราชอบ คือ ชอบคนที่คิดบวก แล้วเป็นคนที่ชอบเรา รักเราที่เป็นตัวเรา ไม่ใช่เป็นเจ้าหญิง แล้วต้องดูแลตัวเรา ไม่ใช่หมายถึง เรื่องเงินทอง

แต่ดูแลเรื่องจิตใจ แล้วไม่ทำร้ายกัน และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และ เราไม่จำเป็นต้องเลือกคนที่รวยที่สุดในจักรวาล หรือเลือกคนที่เป็นเจ้าหรือมีฐานันดรอะไร



วันที่ 29 เมษายน 2562 เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

และพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งประสูติเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 และทรงเจริญพระชันษาครบ 14 ปี ในวันนี้

จึงขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาและความหมายของพระนาม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ซึ่งเปี่ยมด้วยความหมายอันเป็นมงคลและที่มาอันน่าประทับใจ



ต่อมาในวันที่ 4 กรกฎาคม 2548 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เขียนพระนามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นภาษาอังกฤษว่า His Royal Highness Prince Dipangkorn Rasmijoti

นอกจากพระนามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ จะเป็นพระนามมหามงคลที่พระราชทานโดยในหลวง รัชกาลที่ 9 แล้ว คำว่า ทีปังกร ยังมีที่มาอันเป็นมงคลทางพุทธศาสนาอีกด้วย เพราะเป็นพระนามของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ในจำนวน 28 พระองค์ นั่นคือ พระทีปังกรพุทธเจ้