พรรคเพื่อไทย ร่วมมือ พรรคอนาคตใหม่ พร้อมหนุนอีก 26 เสียง | พริกแกง



ความเพียรพยายามสำหรับการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นแล้วก็จำเป็นต้องจับตาการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด หากแม้ข่าวสารจำนวนมากที่ออกมาทางสื่อทุกกิ้งก้านในตอน 1-2 วันนี้ จะเป็นกระแสข่าวจากขั้วพลังประชากรเมืองเป็นแกนนำสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล



แต่ว่าปัจจุบันเริ่มมีการเคลื่อนที่จากฝั่งของพรรคเพื่อไทยแล้วก็พันธมิตรการเมืองอย่างพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงอีก 5 พรรคที่เคยร่วมลงคำมั่นสัญญาประสานมือกันต่อต้านการสืบสานอำนาจ



โดยเป็นการเผยจากนายไทกร พลสุวรรณ สมัยก่อนนักการเมืองที่ผันตัวไปเป็นคนเฝ้าดูเหตุการณ์ด้านการเมือง โพสต์ใจความผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองว่า



“เกมส์เริ่มพลิก..! เมื่อเพื่อไทยกับอนาคตใหม่แปลงเกมส์ ยึดยุทธศาสตร์หลัก จำเป็นต้องสกัดประยุทธ์ ประวิตร ให้ได้ โดยใช้การถอยทางชั้นเชิง รุกทางที่มีความสำคัญในการรบ



ความนึกคิดกลายเป็นผลึกไม่เอาตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้พรรคลำดับ 4 ลำดับ 5 เพื่อรวมเสียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้ 350 เสียงขึ้นไป ว่าที่นายกฯก็มาตกอยู่ที่ อภิสิทธิ์และอนุทิน”



ยิ่งกว่านั้น นายไทกร ยังชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า แผนหรือวิธีการดังที่กล่าวมาข้างต้นมีกระแสประชาชนเป็นจุดพิจารณา และก็ต้องได้รับเสียงส่งเสริมจาก สมาชิกวุฒิสภา มาเพิ่มเติมอีกขั้นต่ำ 26 เสียง



“กระแสประชาชนคือตัววินิจฉัยในเกมส์นี้ เรื่อง สมาชิกวุฒิสภา จะโหวตหนุนหรือเปล่า? ไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากเมื่อประยุทธ์ถอย สมาชิกวุฒิสภา ก็ฟรีโหวต



เกมส์นี้ใช้ สมาชิกวุฒิสภา มาโหวตหนุนเพียงแค่ 26 เสียงขึ้นไปเพียงแค่นั้น จำต้องติดตามกันถัดไปเกมส์นี้จะประสพการบรรลุเป้าหมายไหม?”



อย่างไรก็แล้วแต่ อาจจะจำเป็นต้องจับตาและก็ติดตามขั้นตอนก่อตั้งรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุว่าตั้งแต่แมื่อข้างหลังปิดหีบลงคะแนนเสียงในวันที่ 24 เดือนมีนาคม เป็นต้นมา



ผลคะแนนที่คาดคะเนจนมาถึงผลคะแนนที่ กกต.พึ่งรับสมัครรองทั้งยัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขต รวมทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ชี้อย่างเห็นได้ชัดว่าคะแนนที่ขั้วพลังประชารัฐและก็เพื่อไทยพยายามเก็บรวบรวมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลตกอยู่ในภาวะเสียงปริ่มน้ำ หรือเสียงใกล้เคียงกันมากมายๆ



ก็เลยมีความอุตสาหะที่จะหาทางออกด้วยการขยับมาดึงคะแนนเสียงจากพรรคการเมืองที่ยังไม่ประกาศตัวอย่างเห็นได้ชัดว่าสรุปแล้วจะไปร่วมรัฐบาลกับฝั่งไหนกันแน่



โน่นเป็น ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ซึ่งบางทีอาจรวมถึงชาติไทยพัฒนา และก็บางพรรคเล็กที่ถึงที่เหมาะนั่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 เสียง



ที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานที่มีความสำคัญในการรบลงคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย พรรคและก็พรรคอื่นๆอีก 6 พรรคมีจุดยืนที่จะหยุด คสช.



และก็การันตีเจตนาของพ่อแม่พี่น้อง หากแม้ผลของการลงคะแนนเสียงยังไม่นิ่ง แม้กระนั้นคาดว่าเสียงของพรรคฝั่งระบบประชาธิปไตยจับตัวได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มากยิ่งกว่า 255 เสียง รวมทั้งจัดว่าได้ฉันทานุมัติจากประชาชนให้จัดตั้งรัฐบาลได้



แกนนำพรรคเพื่อไทยรายนี้ กล่าวบนเวทีว่า พรรคฝ่ายระบบประชาธิปไตยจะเดินตามข้อตกลง รวมทั้งทำการเมืองอย่างประดิษฐ์ ถึงแม้ข้อตกลงต่างๆจะไม่ยุติธรรมก็ตาม หรือความแตกต่างจากปกติสำหรับเพื่อการนับคะแนน



คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อไปว่า พรรคฝั่งระบบประชาธิปไตยบางทีอาจจะต้องพบเจอกับการลดทอนคะแนน จากการแจกใบเหลืองรวมทั้งใบแดงให้กับผู้สมัคร หรือแม้กระทั้งการ “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” ที่คุณหญิงสุดารัตน์เป็นการเปลี่ยนแปลงพรรค เนื่องจากโดนอีกฝั่งเสนอสิ่งดึงดูดใจให้



คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวเรียกร้องให้พรรคที่ยังไม่ตกลงใจว่า ขอให้ตัดสินใจโดยคิดถึงผลตอบแทนของชาติ



Facebook Comments

← ผลการคำนวณ ส.ส. ของ กกต. ไม่เป็นไปตามหลักการ

สิ่งที่คุณ”ปู จิตกร บุษบา”ถามมาก็น่าคิด ถ้าทักษิณเขียนกฎหมาย →