ชาวอีสานเฮ! เตรียมสร้างนิคม อุตสาหกรรม 2.3 พันไร่ แห่งแรกในภาคอีสาน



Siam Life

พฤษภาคม 4, 2019

Admin

เป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวอีสานที่ไม่อยากทำงานห่างไกลจากบ้าน เพราะว่าในตอนนี้จะมีกลุ่มทุนไทยญี่ปุ่นร่วมกันลงขันประมาณ 2700 ล้านบาทเพื่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 2.3 พันไร่แห่งแรกในจังหวัดอุบลราชธานีและหวังตับปักธงให้จังหวัดนี้เกิดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมตามเป้าหมายที่สามารถรับรองและเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจชายแดนได้เป็นอย่างดี



โดยได้มีทางนายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานในการประชุมหารือร่วมกับหัวหน้าส่วนทางราชการและภาคเอกชนในพื้นที่ทั้งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างหรือทางภาคอีสานใต้ ซึ่งก็จะมีจังหวัดอุบลราชธานี / ยโสธร / ศรีสะเกษและอำนาจเจริญ เข้าประชุมร่วมกัน



โดยในระหว่างการประชุมนั้นก็ถือว่าเป็นการประชุมแบบเป็นทางการนอกสถานที่ในจังหวัดอุบลราชธานีและเป็นหนึ่งในโครงการอันสำคัญทางภาคเอกชนที่ดีมีการเสนอให้ทางภาครัฐและสามารถช่วยดันเป็นธุรกิจเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ตำบลนากระแซง และตำบลทุ่งเถิ ดอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้พื้นที่ในการก่อสร้างประมาณขนาด 2300 ไร่



ด้วยการทำแบบนี้ก็เพื่อสร้างรากฐานในการผลิตเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน clmv และเป็นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าในระดับนานาชาติซึ่งจะมีการสร้างรถไฟทางคู่และท่าอากาศพยานอุบลราชธานีที่สามารถเชื่อมต่อไปยังการค้าในประเทศได้ซึ่งก็จะมีกัมพูชาเวียดนามลาวและจีนโดยในขณะนี้ก็ถือว่ามีความคืบหน้าในระดับ 1 แล้ว



ซึ่งทางบริษัทอุบลราชธานีอินดัสตรี้จำกัดเป็นหนึ่งในฐานะผู้ดำเนินโครงการและได้ดึงพันธมิตรจากญี่ปุ่น 3 รายการได้แก่บริษัทไคไก แอดไวซอรี่ จำกัด / บริษัท โปรเจค ไทยแลนด์ จำกัด และบริษัทเอเชียนไดนามิคคอมมิวนิเคชั่น จำกัดทั้ง 3 นี้มาร่วมกันจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมซึ่งใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ 2700 ล้านบาท



โดยทางนายณัฐวุฒิ เลิศสุรวิทย์ ผู้ที่เป็นคณะกรรมการผู้จัดการที่บริษัทอุบลราชธานีอินดัสตี้ก็ได้มีการเปิดเผยว่าในเร็วๆนี้ทางบริษัทนั้นก็ได้มีการร่วมลงนามในการบันทึกข้อความตกลงเพื่อร่วมมือในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นแห่งแรกในจังหวัดอุบลราชธานีโดยมีการวางแผนก่อสร้างในปี 2563 โดยจะกำหนดการแล้วเสร็จภายในปี 2565



โดยใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 2700 ล้านบาทในบนเนื้อที่ 2300 ไร่เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมตามเป้าหมายที่พักและพยายามผลักดันให้เกิดมากที่สุดก็ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรแปรรูป/อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ/อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวข้ามแดน/อุตสาหกรรมการบริการ/อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ/อุตสาหกรรมทางด้านอุปกรณ์ทางเกษตร/อุตสาหกรรมเครื่องมือและยานยนต์ที่ใช้ในการเกษตรเป็นต้น



โดยในตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างขั้นตอนการขอปรับเปลี่ยนแผนผังเมืองเพื่อสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินจากสีเขียวเป็นสีม่วงกับกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยจะมีการทำงานควบคู่ไปกับการทำรายงานศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและหลังจากนั้นก็จะยื่นเรื่องไปทางนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อขอจัดตั้งนิคมร่วมกับการดำเนินตามการควบคู่ไปด้วย



ด้วยการสร้างนิคมแห่งนี้ก็จะมีการเชื่อมโยงรากฐานของการสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้านในเขตทางภาคเศรษฐกิจสามเหลี่ยมมรกตที่นักลงทุนต่างๆที่ต้องการจะกระจายสินค้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ได้อย่างสะดวกเพราะว่าจังหวัดอุบลราชธานีนั้นถือเป็นหนึ่งในจังหวัดอีสานทางภาคใต้ที่มีความเหมาะสมและศักยภาพในการทำอุตสาหกรรมโดยมีประชากรอยู่ที่นี่ประมาณ 1.8 ล้านคนถ้าหากรวมกันในจังหวัดภาคอีสานก็จะมีประชากรอาศัยอยู่ถึง 10 ล้านคนเลยทีเดียว



“การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุบลราชธานีขึ้น นอกจากจะเป็นการยกระดับ จ.อุบลราชธานี ให้เป็น ศู น ย์ ก ล า ง การลงทุนด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องข้างต้นแล้ว นิคมฯ แห่งนี้ยังมีบทบาทในฐานะเป็นศูนย์กลางของระบบโลจิสติกส์อันทันสมัย ที่พรั่งพร้อมไปด้วยพื้นที่เชิงพาณิชย์และแหล่งรวบรวมนวัตกรรมใหม่ ๆ จากผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอีกด้วย”



ด้วยการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ก็ได้รับความร่วมมือกับพันธมิตรนั้นเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการลงทุนโดยตรงจากบริษัททั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนี่ก็ถือเป็นตัวอย่างโครงการที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนอันแท้จริงและจะสามารถช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจภายในท้องถิ่นจะมีการกระตุ้นแจ้งงานและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมได้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างมูลค่าในการลงทุนให้กับภูมิภาคได้ อีกเป็นจำนวนมากอีกด้วย และมีความเชื่อว่าในภายหลังนั้นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ จะสามารถกระตุ้นกระแสเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบในเขตนี้ไม่ต่ำกว่า 2 000 ล้านบาทซึ่งสามารถก่อให้เกิดการสร้างงานในระยะยาวอีกประมาณ 2 หมื่นอัตราภายในปี 2565 นั่นเอง



จึงพูดได้เลยว่าหากใครนั้นกำลังหางานทำบอกเลยว่าในอนาคตนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากจังหวัดไปไกลออกจากบ้านของตัวเองไปไหนเพราะสามารถทำงานได้อยู่ในบริเวณจังหวัดใกล้เคียงหรือจังหวัดอุบลราชธานีบ้านของตัวเองก็ได้ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเป็นอย่างมาก

← ประเพณี ‘บุญบั้งไฟ’ วัฒนธรรมความยิ่งใหญ่ของชาวอีสาน