ครม.ขึ้นภาษี รถจักรยานยนต์ ต้องจ่าย 200 - 1500 บาทต่อคั



วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จากเดิมจัดเก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบเป็นการการเก็บภาษีตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์



ภาพจาก BEC Tero Radio

ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษี เพื่อลดเพื่อสิ่งแวดล้อมและลดสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มีเป้าหมายให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20-25% โดยภาษีใหม่จะเริ่มจัดเก็บ 1 ม.ค.2563

สำหรับโครงสร้างภาษีจักรยานยนต์ใหม่ จะทำให้รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก หรือรถครอบครัว มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นประมาณคันละ 200 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง หรือรถครอบครัวกึ่งสปอร์ต และรถจักรยานยนต์ประเภทอ๊อฟโรด มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นคันละ 1,500 บาท และรถจักรยานยนต์ประเภทอื่นๆ มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นตามปริมาณการปล่อยก๊าซฯ ซึ่งทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณปีละ 709 ล้านบาท



นายณัฐพร กล่าวว่า สำหรับอัตราภาษีใหม่ ประกอบด้วย 1.รถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า จะคิดอัตราภาษีอยู่ที่ 1% 2.รถจักรยานยนต์ทั้งแบบที่ใช้น้ำมัน และแบบไฮบริด ที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและใช้ไฟฟ้า แยกเป็น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 10 กรัมต่อกิโลเมตร (ก.ม.) คิดภาษี 1% ,ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 10 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 50 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 3% ,ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 50 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 90 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 5% ,ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 90 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 130 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 9% และ,ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 130 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 18%

3.รถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ผลิต หรือนำเข้ามาเพื่อนำไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ ที่ไม่เคยขายในท้องตลาดเป็นการทั่วไปในประเทศ และไม่เคยได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาก่อน หรือเคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาแล้วแต่ได้เลิกการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ จะไม่เสียภาษี 4.รถจักรยานยนต์อื่นๆ นอกเหนือจากนี้ คิดอัตราภาษีที่ 20%



นอกจากนี้ ครม.ยัง มีมติห้ามนำรถยนต์ใช้แล้ว (รถยนต์เก่า) ตามประกาศกำหนดให้รถยนต์ที่ใช้แล้วเป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งนิยามของรถเก่าคือ รถที่จดทะเบียนแล้วในต่างประเทศ แต่ไม่รวมที่จดทะเบียนแล้วงนำเข้ามาในราชอาณาจักรภายใน 60 วัน อาทิรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถแทรกเตอร์เพลาเดี่ยว ที่ใช้เฉพาะตัว ยกเว้นรถยนต์ประเภทอื่นที่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เช่น รถยนต์ที่ใช้เพื่อการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ รถยนต์ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรสาธารณกุศล รถยนต์ที่นำเข้าโดยผู้มีเอกสิทธิทางการทูต รถยนต์ที่นำเข้าตามแผนการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ รถยนต์เพื่อการศึกษาและวิจัย และรถยนต์ที่นำเข้าเพื่อปรับสภาพการส่องออก

“การห้ามนำเข้ารถเก่า หรือรถยนต์มือสอง น่าจะกระทบกับผู้นำเข้าอิสระ หรือ เกรย์ มาร์เก็ต (Grey Market) ซึ่งมีการนำเข้ารถหรูประมาณ 100 คันต่อปี ”